Sweet Birthday [TokiyaXOtoya]

posted on 05 Jan 2012 22:38 by kuo-kitsune
เนื่องจาก...บ้าอุตะปริ้นจัด=w=" แต่งไว้...ใครมาอ่านฝากเม้นท์ด้วยนะคะ (ยังไงก็ชอบแต่งเรื่องสั้นมากกว่าเรื่องยาวจริงๆนั่นแหละ จบง่ายดี)
 
 

Sweet Birthday [TokiyaXOtoya]

วันเกิด...วันที่พิเศษ วันที่น่ายินดีของใครคนหนึ่ง ที่ทำให้อีกหลายๆคนยินดีไปด้วย

แล้วตัวแปรที่ทำให้เกิดความยินดีนั้นก็คือ

...ของขวัญวันเกิด...

“หา! ของขวัญวันเกิดหรอ?” เด็กหนุ่มหัวทองโพล่งขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อจู่ๆเจ้าเพื่อนหัวแดงตัวดีก็วิ่งโร่เข้ามาห้องของเขาโดยไม่ขออนุญาตสักคำ แถมยังเอาปัญหามาให้อีกต่างหาก

“ใช่! ในวันเกิดของตัวเองนายอยากได้อะไรหรอโช?” อิตโตคิ โอโตยะ เจ้าของผมสีแดงและดวงตาสีทับทิมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ตนต้องการ เพราะเจ้าเพื่อนตรงหน้าไม่ตอบ ก่อนจะหันไปถามรูมเมทอีกคนในห้อง

“แล้วนายล่ะ? นัตสึกิ?”

“เค้กไง! เค้กอบเองด้วยนะ มา! เดี๋ยวฉันสอนทำ!” ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังทำท่าจะเดินไปเตรียมอุปกรณ์ซะเดี๋ยวนั้น เล่นเอาสองพระหน่ออย่างเขากับโชต้องรีบห้ามกันวุ่นวาย เพราะก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตการณ์(เกือบ)ฆาตกรรมสดด้วยเค้กสยองขวัญที่นัตสึกิทำมาแล้ว

“ทำไมจู่ๆถึงถามล่ะ? นายจะให้ของขวัญใครหรอ?” เพื่อนตัวเล็กถาม เนื่องจากพ่อหนุ่มผู้เอาใจใส่ทุกคนอย่างโอโตยะไม่เคยมีเรื่องอะไรที่ไม่รู้ ขนาดนานามิไม่สบายใจ เจ้าบ้านี่ก็ยังคิดหาวิธีเรียกพวกเขามารวมตัวกันทำให้เจ้าหล่อนร่าเริงขึ้นจนได้

“อืม...เพื่อนน่ะ” ด้วยท่าทางที่แปลกไปจากปกติ และใบหน้าที่ซับสีเลือดจางๆนั้น ทำให้คนตัวเตี้ยกว่ารู้ได้ทันทีว่า

คนพิเศษ! ชัวร์!! พ่อหมอโชฟันธง!!!

“เขาเป็นคนยังไงล่ะ? ปกติฉันเลือกของจากนิสัยน่ะ”

“เงียบๆ อืม...ขี้หงุดหงิด ปากร้ายแต่ก็ใจดี” โอโตยะยิ้มน้อยๆ ดวงตาสีทับทิมฉายแววอ่อนโยนยามพูดถึง

“คิดไม่ออกแฮะ...ลองไปถามคนอื่นดูมั้ย?” เด็กหนุ่มเสนอทางเลือกอื่นที่ดูจะมีคำตอบให้มากกว่า อีกคนจึงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากหอไปหาเพื่อนๆในโรงเรียน

 

 

“หือ? ของขวัญหรอ?” หนุ่มเจ้าสำอางค์ที่กำลังโปรยเสน่ห์ใส่สาวๆด้วยการเล่นแซคโซโฟนหันมามองหน้าพวกเขาเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปโบกมือลาสาวๆที่กำลังเดินผ่านไปมา

“ใช่! ถ้าเป็นนาย จะให้อะไร?”

“ฉันคงให้ตัวฉันเองผูกโบว์ล่ะมั้ง...ใครๆก็ต้องอยากได้แน่นอน!” ผู้หญิงน่ะนะ...เขาต่อประโยคนั้นในใจ แต่หารู้ไม่ว่าเจ้าคนไม่รู้ประสาอะไรอย่างโอโตยะกำลังจินตนาการเอาตัวเองเป็นของขวัญไปเรียบร้อยแล้ว

...ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด!! ขืนทำแบบนั้นโดนกินแน่!!!...

ฉับพลันใบหน้าขาวก็แดงแปร๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ โชที่ทันเห็นก่อนเจ้าตัวจะได้หันหนีถึงกับหลุดขำทันที

ท่าทาง...เจ้าเร็นจะทำพิษโอโตยะซะแล้ว นี่มันคงไม่คิดจะเอาจริงหรอกนะ?

“อ๊ะ! แล้วมาสะล่ะ?” ถัดไปไม่ไกลนั้น คุณชายฮิจิริคาวะกำลังนั่งหลังตรงจรดพู่กันตวัดเขียนตัวหนังสืออย่างสวยงามอยู่ หนุ่มหัวแดงรีบตรงเข้าไปก่อนทันที ด้วยความที่อยากหลีกหนีบทสนทนาพาตัวเองลงเหวมากๆ

“คงให้ของที่คนๆนั้นชอบ” สั้นๆง่ายๆได้ใจความ แต่เขารู้สึกว่ามันจำกัดคำได้กว้างเกินไป อะไรก็ได้ที่ชอบงั้นหรอ?

...แล้วหมอนั่นชอบอะไรกันล่ะ?...

 

 

“อือ...ยุ่งยากจังแฮะ” คิดไม่ตกจนสุดท้ายก็พากันมานั่งฟุบอยู่แถวๆโรงอาหาร หนุ่มน้อยร่างเล็กที่โดนลากไปโน่นมานี่ด้วยถึงกับอ่อนใจกับเจ้าเพื่อนตรงหน้า

“ถ้าคิดว่าให้แล้วคนรับมีความสุขก็ให้ไปเถอะ อะไรก็ได้!”

“ให้อะไรใครหรอคะ?” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างๆสองหนุ่ม เมื่อหันไปมองก็พบกับ นานามิ ฮารุกะ สาวน้อยนักแต่งเพลงที่พวกเขารู้จักและคุ้นเคยกันดี

“เจ้าโอโตยะกำลังคิดไม่ตกเรื่องให้ของขวัญเพื่อนน่ะ”

“อิตโตคิคุง...เลือกของขวัญลำบากหรอคะ?”

“อืม...นิดหน่อยน่ะ ฉันไม่รู้ด้วยว่าเขาชอบอะไร” แม้ว่าจะรู้จักและ(ค่อนข้าง)สนิทกัน แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามกับอีกฝ่ายจนถึงขั้นรู้รสนิยมละเอียดนัก แค่รู้ว่าเกลียดอะไรเฉยๆ

“งั้นลองให้ของทำมือมั้ยคะ? ของง่ายๆอย่างพวกพวงกุญแจเครื่องรางหรือว่าเข็มกลัดน่ะค่ะ” เด็กสาวเสนอขึ้นมาด้วยประสบการณ์ที่ดูจะมีมากกว่า แน่นอนล่ะ ก็เธอเป็นผู้หญิงนี่นา เรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ก็ต้องถนัดเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

“ของทำมือหรอ?...อ๊า!! ขอบใจนะนานามิ เธอช่วยฉันแท้ๆเลย!!” จู่ๆเด็กหนุ่มหัวแดงก็ลุกพรวดเหมือนนึกอะไรได้ เจ้าตัวบอกว่าจะเข้าเมืองไปซื้อของซักอย่างสองอย่าง จะโดดคาบบ่าย โชมองตามงงๆเช่นเดียวกับนานามิ

“โชคุง...อิตโตคิคุงจะให้ของขวัญใครหรอคะ?”

“ไม่รู้สิ...แต่เท่าที่ดูน่าจะเป็นคนพิเศษนะ”

“งั้นหรอคะ?” เธอเอียงคอมองก่อนจะยิ้มน้อยๆพลางพึมพำเบาๆให้ได้ยินกันสองคน

“อิตโตคิคุงใส่ใจมากขนาดนี้ คนรับคงมีความสุขมากเลยนะคะ”

“อืม...ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ”

 

 

แฮ่ก! แฮก!

ร่างสูงมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยขณะวิ่งไม่หยุดไปตามทางเดิน

จะเที่ยงคืนแล้ว...กลับมารึยังนะ?

ขอให้อยู่ทีเถอะ!!

ปึง!

ประตูถูกกระแทกเปิดอย่างแรงโดยไม่รู้ว่าคนข้างๆห้องจะตื่นมาโวยวายหรือไม่ แต่เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เขาสนก็คือ คนที่กำลังรอ...กลับมาแล้วหรือยัง?

ไม่มี...วันนี้ไม่กลับ...สินะ

หัวใจพลันห่อเหี่ยวลงอย่างหดหู่ เมื่อรู้ว่าวันนี้คงไม่มีโอกาสได้เจอหน้า และพรุ่งนี้ กว่าเขาจะกลับมาก็คงเลยเวลาไปแล้ว

“น่าเสียดายจัง...เสียเปล่าซะแล้ว”

“อะไรเสียเปล่าหรอ?” เสียงทุ้มดังขึ้นทั้งๆที่ไฟในห้องยังคงมืดอยู่ หนุ่มหัวแดงสะดุ้งโหยงพลางก้าวถอยหลังไปชนกับแผ่นอกกว้างของใครบางคนที่มายืนเนียนอยู่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วินาที ร่างบางเซเล็กน้อยจึงไปตกอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวโตกว่าโดยปริยาย

“อะไรเสียเปล่าหรอ? โอโตยะ?” เสียงนุ่มนั้นถามอีกครั้ง  แต่คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่อยู่ใกล้กันแม้จะมองไม่เห็นก็ตาม

“อ...เอ่อ ถ้าไงเปิดไฟก่อนมั้ย? มืดๆมองไม่เห็นอะไรเลยอ่ะ” เด็กหนุ่มต่อรอง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามแต่โดยดี

...สงสัยวันนี้งานพิเศษคงหนัก โทคิยะเลยดูเหนื่อยกว่าทุกวัน...

เด็กหนุ่มสังเกตจากสีหน้าที่ขาวซีดของรูมเมทก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่ฝาผนังข้างห้อง

อีกสิบวิ...

เก้า...

แปด...

เจ็ด...

หก...

ห้า...

สี่...

สาม...

สอง...

หนึ่ง...

“เอ่อ...โทคิยะ”

“หือ!?” ร่างสูงหันมาตามเสียงเรียกก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อ...

จุ๊บ!

“สุขสันต์วันเกิดนะ...ขอบใจที่เกิดมาเจอกัน” ร่างเล็กกว่าเขย่งเท้าขึ้นหอมแก้มเขาก่อนจะรีบผละออกไปอย่างรวดเร็วราวกับต้องของร้อน ใบหน้าของโอโตยะขึ้นสีเรื่ออย่างน่ารัก แต่ถึงจะเขินซักเพียงไรก็ตาม หนุ่มหัวแดงก็ยื่นบางสิ่งบางอย่างมาให้

 ...สร้อยคอรูปดาวห้าแฉก พร้อมสร้อยเส้นหนาที่เป็นแบบผู้ชายวางอยู่บนมือนั้น...

“โอโตยะ...”

“ขอให้มีความสุขมากๆนะ...นี่เป็นเครื่องที่ฉันทำเอง หาจากหลายๆอย่างมากทำน่ะ เห็นนายเหนื่อยมากเลยแต่ละวันที่กลับมา อย่าหักโหมมากแล้วก็ พยายามเข้าล่ะ” รอยยิ้มสดใสประดุจเด็กน้อยถูกส่งให้เหมือนทุกครา จนคนรับเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะความน่ารักนั่น!

หมับ!

“ขอบใจนะ...วันเกิดปีนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดเลย” สุดท้ายก็ทำใจว่าจะจบแค่กอด เพราะมากกว่านี้เจ้าบื้อนี่คงผวาแน่นอน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบจูบผมเจ้าคนตัวเล็กเบาๆ

ขอบใจนะ...ขอบใจที่เป็นห่วงฉัน...

ขอบใจจริงๆ...โอโตยะ

คนให้ที่ยังไม่รู้สึกตัวกอดตอบเบาๆ ในใจรู้สึกโล่งที่ได้พูดออกไปและดีใจ...ที่กลับมาแล้วเจอ

...ถ้าไม่เจอคงเหงาแน่เลย...

ถึงเจ้าตัวจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เพราะมันเท่ากับว่าเขาเอาแต่ใจตัวเอง

แต่ในบางเวลา...เขาก็อยากเอาแต่ใจตัวเองบ้างนะ

อย่างเช่น...ในตอนนี้ แม้จะรู้ว่าเพื่อนรูมเมทคนนี้เหนื่อยและอยากพักผ่อนไวๆ แต่เขากลับเลือกที่จะกอดเพื่อนเอาไว้แน่นๆและนานๆแบบนี้...จนกว่าจะหายคิดถึง

...แค่นั้นก็พอแล้ว...

 

 

Comment

Comment:

Tweet